ÈÔÅ»Ð-ÈÔŻԹ¡ÒÃÍ͡ẺºÃèØÀѳ± ì
 
Untitled Document
:: packaging ::
  ความเป็นมา...
  ศัพท์ทางด้านบรรจุภัณฑ์
  หน้าที่บทบาท
  วัตถุประสงค์
 ข้อพิจารณาในการออกแบบ
 ขั้นตอนการออกแบบ
 ขั้นตอนการวางแผน...
 ประเภทของบรรจุภัณฑ์
  การออกแบบบรรจุภัณฑ์
  การออกแบบกราฟฟิค...
 องค์ประกอบการออกแบบ
 หลักเกณฑ์ในการเลือก...
 หน้าที่ของกราฟฟิค...
 ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์
 มาตรฐานของกระดาษพิมพ์
 เครื่องหมายการค้า
 การใช้สี
 ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์
 ความเป็นมาของกระดาษ
 ประเภทของกระดาษ
 บรรจุภัณฑ์กระดาษ
 มาตราฐานผลิตภัณฑ์...
 ฉลาก
 บรรจุภัณฑ์กระป๋อง
 การใช้ไม้เพื่อการหีบห่อ
 ลังไม้
 กล่องไม้
 ถาดและกล่องไม้
 กล่องกระดาษลูกฟูก
 หีบห่อมาตรฐาน
 ขวดแก้ว
 พลาสติกกับการบรรจุหีบห่อ
 ขวดพลาสติก
 บรรจุภัณฑ์โฟม
 ฟิล์มยืด ฟิล์มหด
 การหีบห่อแบบแผ่น
 แผ่นเปลวอะลูมิเนียม
 ศัพท์การบรรจุภัณฑ์
 ความสำคัญของภาชนะ
 เทคโนโลยีการพิมพ์
 ปัจจัยในการออกแบบ
 วัสดุกันกระแทก
 บรรจุภัณฑ์จะสลายตัว?
 บรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลาย
 บรรจุภัณฑ์สำหรับยาเม็ด
 บรรจุภัณฑ์ในทศวรรษหน้า
 บรรจุภัณฑ์รักษาคุณภาพ
 บรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก
 เทคนิคการบรรจุหีบห่อ
 บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์นม
 ซองบรรจุอาหาร
 ธนาคารขวดแก้ว
 ผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษขึ้นรูป
 เพิ่มมูลค่าบรรจุภัณฑ์
 มีอะไรในขยะมูลฝอย
 รหัสบอกชนิดพลาสติก
 โฟมพลาสติก
 ผลิตภัณฑ์ฉีดพ่น
 กระป๋องอะลูมิเนียม
 กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุก
 บรรจุภัณฑ์สินค้าซ้ำ
 บรรจุภัณฑ์ประหยัด
 สารทำความเย็น
 การจัดการทรัพยากร
 บรรจุภัณฑ์ไมโครเวฟ
 หลอดลามิเนต

สนใจให้ทาง mew6
ออกแบบบรรจุภัณฑ์
เข้ามาดูผลงานได้ที่นี้นะคะ

ติดต่อมาที่ 081-8835060

บรรจุภัณฑ์กระป๋อง

พัชทรา มณีสินธุ์

ในปัจจุบันนี้อาหารและเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากความ สะดวกสบายรวดเร็วในการบริโภคปรุงอาหาร อย่างไรก็ดียังมีผู้เข้าใจว่ากระป๋องเครื่องดื่มผลิตจากสังกะสี และการ บริโภคเครื่องดื่มจากกระป๋องดังกล่าว นอกจากจะเสี่ยงอันตรายจากกระป๋องบาดแล้ว ยังมีโอกาสจะได้รับสารตะกั่วเข้า สู่ร่างกายอีกด้วย เพื่อขจัดความรู้สึก วิตกกังวลจนไม่กล้าบริโภคอาหารกระป๋องต่อไป ผู้บริโภคจึงควรทราบถึงวัสดุและ กระบวนการผลิต กระป๋องอย่างย่อๆ ดังต่อไปนี้
วัสดุหลักที่สำคัญคือ แผ่นโลหะชนิดต่างๆ ได้แก่
1. แผ่นเหล็ก เคลือบดีบุก (tinplate) เป็นแผ่นเหล็กดำ (black– plate) ที่มีความหนาระหว่าง 0.15–0.5 มิลลิเมตร นำ มาเคลือบผิวหน้า เดียวหรือทั้งสองหน้าด้วยดีบุก เพื่อ ให้ทนทานต่อการผุกร่อน และ ไม่เป็นพิษ
2. แผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก (tin free steel, TFS) เป็นแผ่นเหล็กดำ ที่นำมาเคลือบด้วยสารอื่นแทนดีบุก เพื่อลดต้นทุนการผลิต ในปัจจุบันมีการเคลือบอยู่ 3 แบบคือ
-เคลือบด้วยสารผสมฟอสเฟตและโครเมต เป็นฟิล์มบางๆ ใช้ทำกระป๋องบรรจุเบียร์ น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และทำถังโลหะชนิดต่างๆ
-เคลือบด้วยอะลูมิเนียม มีความทนทานต่อการกัดกร่อนเนื่องจากความชื้นได้ดี แต่ไม่สามารถใช้กับอาหารที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง
-เคลือบด้วยโครเมียมและโครเมียมออกไซด์ เพื่อให้สามารถป้องกันการกัดกร่อนได้ดี นิยมใช้ทำกระป๋องบรรจุอาหารทะเล นมข้นหวาน เป็นต้น
3. อะลูมิเนียมและโลหะผสมของอะลูมิเนียม มีคุณสมบัติเด่นคือ น้ำหนักเบา ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง นิยมใช้ทำกระป๋อง 2 ชิ้น (2piece can) สำหรับบรรจุน้ำอัดลมและเบียร์ กระป๋องฉีดพ่น (aerosol) สำหรับบรรจุสเปรย์ฉีดผมหรือเครื่องสำอางต่างๆ และฝาชนิดที่มีห่วงเพื่อให้เปิดง่าย เช่น ฝากระป๋องน้ำอัดลมหรือขวดน้ำดื่ม
นอกจากวัตถุดิบหลักดังกล่าวแล้ว ในกรณีที่ต้องการบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่มที่กัดกร่อนสูง เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างโลหะและ อาหาร อันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสีและรสชาติของอาหารหรือกระป๋องเกิดกัดกร่อนได้ กระป๋องจะต้องถูกเคลือบแล็กเกอร์ก่อนการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค วัตถุดิบทั้งสองชนิดจะต้องเลือกใช้ชั้นคุณภาพที่สัมผัสอาหารได้ โดยปลอดภัยและมีคุณภาพได้ มาตรฐานตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเท่านั้น
อนึ่ง สำหรับแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีหรือแผ่นเหล็กกัลวาไนซ์ (galvanized plate) ที่เรานิยมเรียกกันทั่วไปว่า “แผ่นสังกะสี” นั้นจะไม่ใช้ทำกระป๋อง บรรจุอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะมีโลหะหนัก พวกสังกะสีและตะกั่ว ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย แต่ใช้กระป๋องและถังบรรจุผลิตภัณฑ์ที่มิใช่อาหารได้ดี เนื่องจากมีราคาถูกกว่าแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก
กระบวนการผลิตกระป๋องแบ่งตามชนิดกระป๋องออก ดังนี้คือ
1. กระป๋อง 3 ชิ้น (3piece can) เป็นกระป๋องที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน 3 ชิ้นคือตัวกระป๋อง ฝาบนและฝาล่าง ได้แก่ กระป๋องที่ส่วนใหญ่ใช้บรรจุอาหาร มักจะผลิตจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก และแผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุก ขั้นตอนการผลิตแสดงเป็นลำดับขั้นดังรูป

ขั้นตอนในการผลิตกระป๋อง 3 ชิ้น
สิ่งที่จะสังเกตได้ชัดคือ กระป๋อง 3 ชิ้น จะมีตะเข็บข้าง ซึ่งแต่ก่อนการเข้าตะเข็บข้างจะใช้ตะกั่วเป็นตัวบัดกรี อย่างไรก็ตามเนื่องจากตะกั่วที่ใช้อาจก่อ อันตรายแก่ผู้บริโภค ในปัจจุบันโรงงานผลิตกระป๋องจะใช้ตะเข็บเชื่อมด้วยไฟฟ้าแทน
2. กระป๋อง 2 ชิ้น (2piece can) เป็นกระป๋องไร้ตะเข็บข้าง มีตัวกระป๋องและฝาล่างเป็นชิ้นเดียวกันและมีฝาบนอีกชิ้นหนึ่ง วิธีการขึ้นรูปกระป๋อง 2 ชิ้น มี 3 วิธีการ คือ
1) กระป๋องขึ้นรูปโดยการปั๊มครั้งเดียว (drawn can)
2) กระป๋องขึ้นรูปโดยการปั๊ม 2 ครั้ง (drawn and redrawn can ; DRD can) โดยปั๊มครั้งแรกจะขึ้นรูปเป็นถ้วยเตี้ยก่อน หลังจากนั้นจะปั๊มอีกครั้ง เพื่อให้เส้นผ่าศูนย์กลางของกระป๋องเล็กลงและความสูงมากขึ้นตาม ต้องการ กระป๋อง 2 ชิ้นที่ผลิตโดยวิธีนี้จะมีความหนาเท่ากันตลอดทั้งตัว และก้นกระป๋องสามารถทนความดันและสุญญากาศในกระป๋องได้
3) กระป๋องขึ้นรูปโดยการปั๊มและรีดผนัง (drawn and wall ironed can หรือ DI can) โดยปั๊มครั้งแรก จะได้ถ้วยที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับกระป๋องที่ต้องการ หลังจากนั้นผนังกระป๋องจะถูกรีดให้เบาลง และกระป๋องมีความสูงเพิ่มขึ้น (ขั้นตอนการผลิตแสดงดังรูป) กระป๋องประเภทนี้ตัวกระป๋องมีผนังบางกว่าก้นกระป๋อง สามารถทนความดันได้ แต่ทนสุญญากาศภายในกระป๋องไม่ได้ จึงนิยมใช้บรรจุเบียร์และน้ำอัดลม


ขั้นตอนในการผลิตกระป๋อง 2 ชิ้น โดยวิธี DI
สำหรับประเทศไทย ในปัจจุบันมีการผลิตเฉพาะกระป๋อง DI จากแผ่นอะลูมิเนียม นิยมใช้สำหรับบรรจุน้ำอัดลมและเครื่องดื่มต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องจะก่อให้เกิดปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ติดตามมา ดังนั้นหลังจากบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม เหล่านี้แล้ว ควรแยกหรือรวบรวมขยะทิ้งในที่ซึ่งเหมาะสมเพื่อสะดวกในการจัดเก็บไปทำลายหรือหลอมใหม่ต่อไป

กระป๋องกระดาษ

มยุรี ภาคลำเจียก
        ถ้าจะถามท่านว่า “รู้จักกระป๋องไหม” ท่านคงจะตอบว่ารู้จักดีเป็นภาชนะรูปทรง กระบอก ส่วนใหญ่จะใช้บรรจุอาหารทำด้วยโลหะ เช่น แผ่นเหล็กเคลือบดีบุกหรือแผ่นเหล็กทินฟรี หรือแผ่นอะลูมิเนียม ขอบเขตการใช้ก็กว้างขวางมาก ไม่ว่าเป็นอาหารคาวหรือหวาน มีทั้งพวกที่ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนหลังจากบรรจุแล้ว เช่น ผลไม้ในน้ำเชื่อม น้ำผลไม้ อาหารทะเล และเนื้อสัตว์ต่างๆ เป็นต้นพวกที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการดังกล่าว เช่น อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยวต่างๆ
        ความจริงแล้ว ในวงการอาหารกระป๋องปัจจุบันมิใช่มีแต่กระป๋องโลหะเท่านั้น หากยังมีกระป๋องอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าดูผิวเผินอาจเข้าใจว่าเป็นกระป๋องโลหะธรรมดา แต่ถ้าได้หยิบถือพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะสามารถทราบทันทีว่าตัวกระป๋องไม่ได้ทำจากโลหะ แต่ทำจากกระดาษและจะสังเกตได้ว่ามีน้ำหนักเบากว่ากระป๋องที่คุ้นเคยกันอยู่ กระป๋องชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า “กระป๋องกระดาษ” หรือ “composite can” นั่นเอง


ในอดีตที่ผ่านมาต่างประเทศได้เริ่มมีการใช้กระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุน้ำมันเครื่องหรือน้ำผลไม้ที่ไม่มีก๊าซ เนื่องจากมีข้อดีคือ ถ้าผลิตจำนวนมากราคาจะถูกกว่ากระป๋องโลหะและมีน้ำหนักเบากว่า ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต จนสามารถนำมาใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ทั้งประเภทของเหลวและของแข็ง สำหรับในบ้านเรานั้นเริ่มมีการตื่นตัวต่อการใช้กระป๋องกระดาษเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคงจะได้แก่ ถั่วอบ ซึ่งดูเหมือนเป็นขนมคู่ใจของเด็กๆ ทีเดียว แต่เดิมบรรจุในถุงพลาสติก มีขนาดและราคาต่างๆ ที่ไม่แพงนัก เมื่อผู้ผลิตได้หันมาใช้กระป๋องกระดาษซึ่งมีราคาใบละ 33.50 บาท แล้วขายในราคา 2024 บาท ปรากฏว่าขายดีมากจนผลิตไม่ทัน ทั้งนี้อาจเป็นการใช้กระป๋องกระดาษเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของผลิตภัณฑ์ให้ดูทันสมัย ประกอบกับคุณสมบัติของ กระป๋องเองที่สามารถรักษาคุณภาพของถั่วอบให้คง ความกรอบและมีกลิ่นรสหอมได้นาน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่นิยมของหมู่วัยรุ่นเป็นอย่างยิ่ง
วัสดุที่ใช้ทำกระป๋องกระดาษประกอบด้วยกระดาษที่มีน้ำหนักมาตรฐาน 180 กรัม/ตารางเมตร นำมาประกอบกับแผ่นอะลูมิเนียมเปลว แล้ว ประกบกับฟิล์มพลาสติกเอทีลีนอีกชั้นหนึ่งโดยให้กระดาษอยู่ชั้นนอกและพลาสติกอยู่ชั้นใน
กรรมวิธีการผลิตมี 2 วิธีคือ วิธีแรกเรียกว่า “spiral winding” เป็นการม้วนกระดาษพับเป็นเกลียวเฉียงออกไป (เหมือนแกนกระดาษชำระ) ภายใต้เกลียวจะมีแท่งโลหะขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางที่ต้องการ เมื่อพันเสร็จใหม่ๆ จะยังไม่แห้ง หลังจากปล่อยให้แข็งตัวแล้วจึงตัดเป็น ท่อนๆ ตามความต้องการด้วยเลื่อยวงเดือน อีกวิธีหนึ่งเรียกว่า “parallel winding” ใช้กระดาษจุ่มกาวพันรอบๆ แกน ทับกันไปเรื่อยๆ จนมีความหนาตามต้องการ วิธีหลังนี้ไม่นิยมใช้กับการผลิตกระป๋องกระดาษเท่าใดนัก แต่มักใช้กับการผลิตถังกระดาษ (กระป๋องขนาดใหญ่) ซึ่งต้องการความ แข็งแรงสามารถบรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น ถังบรรจุสารเคมี เป็นต้น


เป็นที่น่ายินดี ในปัจจุบันบ้านเรามีโรงงานผลิตกระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารแห้งได้แล้ว และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งจากผู้ผลิตอาหาร ผู้ส่งออก และผู้บริโภค เพราะนอก จากจะทำให้ผลิตภัณฑ์ทันสมัยแล้ว ยังช่วยเพิ่มคุณค่าและยืดอายุการเก็บได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามการเลือกใช้กระป๋องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารแห้งนี้ จำเป็น ต้องมีความมั่นใจในเรื่องคุณสมบัติ ของกระป๋องนั้น ซึ่งสัมพันธ์กับการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันไอน้ำและก๊าซได้ เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารให้ คงความอร่อยตลอดอายุการจำหน่าย

กระป๋องยุคอวกาศ
มยุรี ภาคลำเจียก

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าสภาพความเป็นอยู่ของคนเราได้แปรเปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ๆ และในประเทศ ที่เจริญแล้ว ความต้องการเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องใช้อำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความเป็นอยู่ในครอบครัวหรือการทำงานได้เพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนประชากรที่มากขึ้นประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่สูงขึ้น ทำให้ขนาดของครอบครัวมีแนวโน้มว่าจะเล็กลง กล่าวคือ มีจำนวนสมาชิก ในครอบครัวโดยเฉลี่ยเพียง 4 คนเท่านั้น สิ่งเหล่านี้นับว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาการหีบห่ออาหาร ทั้งในแง่ของการคิดค้นหาวัสดุและ รูปแบบของภาชนะบรรจุใหม่ๆ ที่มีปริมาณบรรจุลดลง ให้ความสะดวกในการปิดเปิดหรือใช้สอย สามารถเก็บรักษา ได้นาน ง่ายแก่การทิ้งทำลายหรือหมุนเวียนกลับไปใช้ใหม่ได้ ตลอดจนมีความสวยงามที่ช่วยดึงดูดผู้ซื้อ และเพิ่ม คุณค่าให้กับอาหาร เป็นต้น

ในบรรดาภาชนะบรรจุสำหรับอาหารที่ได้รับการพัฒนาล่าสุด เหล่านี้ ภาชนะที่สามารถอุ่นหรือแช่เย็นอาหารได้เอง (heating/cooling container) โดยมิต้องอาศัยพลังงานหรืออุปกรณ์ใดๆ เช่น ก๊าซ ไฟฟ้า ตู้อบ ตู้เย็น น้ำแข็ง กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษในกลุ่ม ประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น
ภาชนะบรรจุที่อุ่นอาหารได้เองนี้ ใช้หลักการที่ว่าพลังงาน ความร้อนที่ทำให้อาหารที่ร้อนเกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างแคลเซียมออกไซด์กับน้ำ แต่อาจมีการเติมสารบาง ชนิด เช่น ไดโลไมต์ แมกนีเซียมออกไซด์ แมกนีเซียมคลอไรด์ ในปริมาณ 2 ส่วนลงไปในแคลเซียมคลอไรด์ 8 ส่วนด้วย เนื่องจากแคลเซียมคลอไรด์ล้วนๆ เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มสารอันตรายตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น เมื่อแคลเซียมออกไซด์ทำปฏิกิริยากับน้ำ อุณหภูมิที่จุดศูนย์กลางจะสูงถึง 240 ํ – 260 ํซ. และเกิดไอน้ำขึ้นเป็น ปริมาณมาก ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใส่วัสดุดูดซับ เช่น กระดาษ ผ้า ไว้ในภาชนะบรรจุด้วย เพื่อซับเอาไอน้ำที่เกิดขึ้นนี้ โดยใช้ปริมาณ 10 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่ถูกทำให้ร้อนขึ้น 10 ํซ. ภาชนะบรรจุประเภทนี้มักทำด้วยวัสดุที่มีความต้านทานต่อความร้อนได้ดี เช่น แผ่นอะลูมิเนียมความหนา 0.25 ไมครอน หรืออาจใช้พลาสติกชนิดพอลิโพรพิลีนก็ได้ ตัวอย่างโครงสร้างของภาชนะบรรจุที่อุ่น อาหารได้เอง แสดงไว้ในภาพที่ 1, 2, 3 และ 4 อาหารเหล่านี้จะร้อนโดยมีอุณหภูมิ 50–60 ํซ. ได้ภายในเวลาเพียง 3–5 นาที เท่านั้น

สำหรับภาชนะบรรจุที่แช่เย็นอาหารได้เองนั้น มีหลักการง่ายๆ คือ ใช้สารผสมของแอมโมเนียมไนเตรดกับ แอมโมเนียมคลอไรด์ อัตราส่วน 6 : 4 ทำปฏิกิริยากับน้ำ ซึ่งจะทำให้อาหารที่เป็นของเหลวปริมาณ 200 มิลลิลิตร ลดอุณหภูมิจาก 30 ํซ. เป็น 7 ํซ. ได้ภายในระยะเวลา 5 นาที สูตรที่นิยมคือใช้สารผสม 100 กรัม ต่อน้ำ 90 มิลลิลิตร โครงสร้างของภาชนะบรรจุประเภท นี้ ได้แสดงไว้ในรูปที่ 5

ผลแห่งการวิวัฒนาการของภาชนะบรรจุ 2 ประเภทนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า นอกจากจะให้ความสะดวกสบายต่อการใช้แล้ว ยังสามารถช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการอุ่นหรือแช่เย็น เมื่อเทียบกับวิธีเดิมที่ใช้กันอยู่อีกด้วย คาดกันว่า ภาชนะบรรจุดังกล่าวจะได้รับความนิยมสูงขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในยุคอวกาศที่มนุษย์จำเป็นต้องรับประทานอาหารในอวกาศหรือยุคใต้พิภพที่ต้องรับประทานในท้องมหาสมุทร

 

กระป๋องวัสดุร่วม

กาญจนา ทุมมานนท์
กระป๋องวัสดุร่วม (composite can) เป็นกระป๋องที่ตัวและฝาทำจากวัสดุต่างชนิดกัน วัสดุหลักในการทำตัวกระป๋อง คือ กระดาษและพลาสติก ส่วนฝาโดยทั่วไปทำจากโลหะหรือพลาสติก
ถ้าเป็นกระป๋องแบบเก่า วัสดุหลักของตัวกระป๋องคือ กระดาษ แต่ตัวกระป๋องอาจมีชั้นของแผ่นเปลวอะลูมิเนียมหรือพลาสติกอยู่ด้วย เพื่อให้มีคุณสมบัติ เป็นตัวกั้น ฝากระป๋องอาจทำจากกระดาษ โลหะ พลาสติกหรือวัสดุร่วมของวัสดุเหล่านี้ แบบของกระป๋องกระดาษที่สำคัญมี 2 แบบ คือ แบบพันเป็น เกลียวและแบบพันเป็นแนวตรง กระป๋องทั้งสองแบบนี้สามารถซื้อได้ในลักษณะที่ปิดฝาแล้วด้านหนึ่งหรือนำมาขึ้นรูปเอง
กระป๋องกระดาษแบบพันเป็นเกลียวและพันเป็นแนวตรงนี้ มีการใช้กันมาเป็นเวลานาน เพื่อบรรจุผลิตภัณฑ์แห้ง เช่น ผงทำความสะอาดสำหรับ ใช้ในบ้าน ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีการผลิตพัฒนาขึ้น มีการใช้กระป๋องกระดาษกันมากขึ้นสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงและเม็ดทุกชนิด ได้แก่ กาแฟ โกโก้ นมผง มัสตาร์ด ยา ยาฆ่าแมลง และยารักษาสัตว์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรจุน้ำมันเครื่องและน้ำผล ไม้เข้มข้นแช่แข็งได้ด้วย
นอกจากการใช้ทดแทนกระป๋องโลหะแล้ว กระป๋องกระดาษยังมีข้อได้เปรียบคือ
-ตัวกระป๋องซึ่งมีวัสดุหลักคือ กระดาษ ราคาถูกกว่าแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก และยังสามารถผลิตได้จากกระดาษที่ใช้แล้ว
-ฝากระป๋องสามารถเลือกใช้วัสดุได้หลายชนิดและมีหลายแบบ
อย่างไรก็ตาม กระป๋องกระดาษไม่สามารถ ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนได้ จึงเหมาะสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ที่เป็นผง แต่ก็ไม่สามารถป้องกันความชื้นได้ดีเท่ากระป๋องโลหะ


กระป๋องแบบพันเป็นเกลียว (spirally wound)
กระป๋องจะต้องเป็นรูปทรงกระบอกเสมอ ผลิตโดยการม้วนกระดาษเป็นชั้นๆ ต่อเนื่องกัน พันรอบแกนที่อยู่คงที่ แต่ละชั้นหมุนเป็นเกลียวซ้อนทับเหลื่อม กันและเกาะติดกันด้วยกาว มีลักษณะเป็นหลอด เมื่อตัดหลอดกระดาษเป็นท่อน แต่ละท่อนคือ ตัวกระป๋อง ขั้นต่อไปคือ บานปากตัวกระป๋องและปิดผนึก ด้วยตะเข็บสองชั้นระหว่างตัวกระป๋องและฝากระป๋อง
ในการผลิตกระป๋องที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเดียวกันอย่างต่อเนื่อง การผลิตกระป๋องแบบพันเป็นเกลียว จะคุ้มทุนกว่ากระป๋องแบบพันเป็นแนวตรง การผลิตที่คุ้มทุนคือ การผลิตกระป๋องขนาดเดียวกันจำนวน 50 ล้านกระป๋อง/ปี
กระป๋องแบบพันเป็นแนวตรง (convolute)
กระป๋องอาจมีรูปทรงกระบอก รูปไข่หรือเป็นสี่เหลี่ยมก็ได้ การผลิตเป็นแบบไม่ต่อเนื่อง โดยพันวัสดุที่ใช้ทำตัวกระป๋องรอบแกนที่หมุนได้ตัวกระป๋องอาจ ทำด้วยวัสดุหลายชั้นทั้งกระดาษ แผ่นเปลวอะลูมิเนียมและพลาสติก การผลิตกระป๋องแบบพันเป็นแนวตรงจะผลิตได้หลายชนิดและรูปร่างต่างๆ กัน สำหรับการผลิตที่คุ้มทุนคือ การผลิตจำนวน 5–7 ล้าน กระป๋อง/ปี
กระป๋องกระดาษทั้ง 2 แบบนี้ ผลิตได้โดยไม่ต้องมีการติดฉลาก แต่สามารถใช้กระดาษที่พิมพ์เป็นฉลากม้วนติดบนกระป๋องได้ในระหว่างการผลิต
กระป๋องกระดาษที่ใช้โดยทั่วไปมักจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30–180 มิลลิเมตร และความสูง 30–330 มิลลิเมตร มิติระบุของกระป๋องกระดาษ ใช้ เหมือนกับกระป๋องโลหะ คือ เส้นผ่าศูนย์กลาง X ความสูง
การพัฒนาล่าสุดของกระป๋องวัสดุร่วมคือ กระป๋องพลาสติก ตัวกระป๋องผลิตจากพอลิเอสเตอร์หรือพอลิโพรพิลีน ส่วนฝากระป๋องทั้งสองด้านผลิต จากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกหรืออะลูมิเนียม หรืออาจมีลักษณะเป็นกระป๋อง 2 ชิ้น โดยตัวกระป๋องพลาสติกผลิตด้วยกรรมวิธีขึ้นรูปด้วยความร้อนและ ฝาทำด้วยโลหะ
สำหรับตัวกระป๋องพลาสติกนี้มักจะผลิตโดยกรรมวิธีการรีดร่วม (coextrusion) โดยใช้พลาสติกราคาถูกเพื่อให้คุณสมบัติในด้านความแข็งแรง และพลาสติกราคาแพงเพื่อให้คุณสมบัติเป็นตัวกั้นที่ดี สามารถคุ้มครองสินค้าที่อยู่ภายในได้

ตัวอย่างโครงสร้างของกระป๋องพลาสติก เช่น PP/EVOH/PP ชั้นของ PP จะให้ความแข็งแรงและเป็นตัวปิดผนึกที่ดีเมื่อเทียบกับราคา ส่วนชั้น EVOH จะให้คุณสมบัติในการเป็นตัวกั้นที่ดีต่อไขมัน น้ำมัน และกลิ่น เป็นต้น ตัวกระป๋องพลาสติกผลิตด้วยกรรมวิธีขึ้นรูปด้วยความร้อน ส่วนฝากระป๋อง ผลิตได้จากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกหรืออะลูมิเนียม
กระป๋องพลาสติกสามารถต้มฆ่าเชื้อด้วยความร้อนได้ในสภาวะที่ควบคุม อุณหภูมิสูงสุดที่ทนได้ คือ 130 ํซ. สามารถบรรจุ ปิดผนึกและติดฉลากได้ ด้วยเครื่องจักรเดียวกับกระป๋องโลหะ
ข้อได้เปรียบของกระป๋องพลาสติกเมื่อเทียบกับกระป๋องโลหะ
* น้ำหนักเบากว่า ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าขนส่งได้
* ใส ทำให้เห็นสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน จึงช่วยดึงดูดผู้บริโภคได้
ข้อเสียเปรียบของกระป๋องพลาสติกเมื่อเทียบกับกระป๋องโลหะ
* กระป๋องพลาสติกในปัจจุบันมีราคาสูงกว่าโลหะ
* อายุการเก็บของผลิตภัณฑ์เพียงแค่ 12 เดือน
* ความแข็งแรงทางกลน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกระป๋องโลหะ
* อุณหภูมิและเวลาในการต้มฆ่าเชื้อ สำหรับอาหารที่บรรจุในกระป๋องพลาสติกต้องควบคุมอย่างระมัดระวังมากกว่าการบรรจุในกระป๋องโลหะ

 

All content ฉ 2003 copyright 2003 Gomew.com, All rights reserved.
Commercial use is prohibited.Please read our terms of use.
Powered and Design by www.gomew.com
Contact Us at :188/12 House and View soi.4, T. Ton Pao, A. Sankampang, Chiang Mai, Thailand 50130 Tel. 081-8835060 Email : info@gomew.com