โครงสร้างกล่องกระดาษลูกฟูก
เทอดพงษ์ ศรแสดง
ในชีวิตประจำวันเราคงเคยเห็นกล่องที่ใช้บรรจุสินค้าเพื่อการขนส่งกันมาบ้างแล้ว กล่าวคือ มีลักษณะเป็น กล่องกระดาษสี่เหลี่ยม อาจมีสีน้ำตาลหรือสีขาว ซึ่งภายในมักจะบรรจุสินค้าได้หลายชิ้น เพื่อให้สะดวกต่อ การขนส่ง หรือบางครั้งอาจจะบรรจุสินค้าเพียงชิ้นเดียว เช่น กล่องบรรจุเครื่องรับโทรทัศน์ พัดลม ท่านรู้ ไหมว่า กล่องกระดาษเหล่านี้ประกอบด้วยอะไร กว่าจะมาเป็นกล่องสำเร็จรูปให้ใช้งานกัน
กล่องที่ใช้บรรจุสินค้าเพื่อการขนส่งนี้ เราเรียกกันว่า กล่องกระดาษลูกฟูก (corrugated fibreboard box) ซึ่งจำแนกออกได้ตามลักษณะของโครงสร้างของกระดาษคือ
1. แผ่นกระดาษลูกฟูก 1 ชั้น (single wall) คือ กระดาษลูกฟูกที่ประกอบด้วยกระดาษ 3 ชั้น ได้แก่ กระดาษทำผิวกล่อง 2 ด้าน และลอน ลูกฟูก 1 แถว อยู่ระหว่างกระดาษทำผิวกล่องทั้งสอง ดังแสดงในรูป ก.
2. แผ่นกระดาษลูกฟูก 2 ชั้น (double wall) คือ กระดาษลูกฟูกที่ประกอบด้วยกระดาษรวม 5 ชั้น ได้แก่ กระดาษทำผิวกล่อง 3 แผ่น และมีลอนลูกฟูก 2 แถว ระหว่างกระดาษทำผิวกล่องแต่ละแผ่น ดังแสดงในรูป ข.
3. แผ่นกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น (triple wall) คือ กระดาษลูกฟูกที่ประกอบด้วยกระดาษรวม 7 ชั้น ได้แก่ กระดาษทำผิวกล่อง 4 แผ่น และมีลอนลูกฟูก 3 แถว ระหว่างกระดาษทำผิวกล่องแต่ละแผ่น ดังแสดงในรูป ค.
ความแข็งแรงของกล่องลูกฟูก นอกจากจะขึ้นกับโครงสร้างของแผ่นกระดาษลูกฟูกดังกล่าวแล้ว ชนิดของกระดาษ (คุณภาพและน้ำหนักกระดาษ) และ แบบของกล่องก็มีผลทำให้คุณสมบัติของ กล่องต่างกันไปด้วย ตัวอย่างเช่น กล่องที่ทำมาจากแผ่นกระดาษลูกฟูก 2 ชั้น ย่อมมีความแข็งแรงในการรับ แรงกดตามแผ่นตั้งสูงกว่ากล่องที่ทำจากแผ่นกระดาษลูกฟูก 1 ชั้น ดังนั้น การจะเลือกใช้กล่องแบบใดจึงขึ้นอยู่กับประเภทและน้ำหนักของสินค้าเป็น สำคัญ นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับวิธีการลำเลียงและขนส่งอีกด้วย
ในบ้านเรากล่องส่วนใหญ่มักจะทำจากกระดาษลูกฟูกชนิด 1 ชั้นและ 2 ชั้น ส่วนกระดาษลูกฟูกชนิด 3 ชั้น ยังมีที่ใช้กันน้อยมาก มักทำเป็นกล่องขนาด ใหญ่เพื่อบรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักมากๆ เช่น เครื่องซักผ้า
ถึงตอนนี้คงพอทราบกันว่า กล่องกระดาษที่ใช้บรรจุสินค้าในปัจจุบันมีลักษณะโครงสร้างของกระดาษอย่างไร แบ่งเป็นกี่ชนิด ลองสังเกตกล่องที่พบว่า เป็นกล่องชนิดไหน
น้ำหนักบรรจุผลิตภัณฑ์กับความแข็งแรงของกล่องกระดาษลูกฟูก
อธิคม เกิดศิริ
กล่องกระดาษส่วนใหญ่ที่ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์และเห็นกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาดคือ กล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งมีบทบาท สำคัญในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ไปสู่จุดหมายปลายทางโดยไม่ให้เกิดการเสียหาย ฉะนั้นการเลือกกล่องให้ถูกต้อง กับการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมีการกำหนดมาตรฐานของกล่อง รวมทั้งการทดสอบเพื่อควบคุม คุณภาพสำหรับ ใช้เป็นแนวทางให้ผู้เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน
สมบัติที่สำคัญๆ ของกล่องกระดาษลูกฟูกได้แก่ มิติรวม การต้านแรงดันทะลุ การต้านแรงกดและน้ำหนักรวมของ กระดาษ ทำผิวกล่องเป็นต้น
มิติรวม หมายถึง ผลรวมของความยาว ความกว้าง และความสูงภายในกล่อง มีหน่วย เป็นเซนติเมตร
การต้านแรงดันทะลุ หมายถึง ความสามารถของแผ่นกระดาษลูกฟูกที่จะต้านแรงดันที่กระทำบนแผ่นทดสอบด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่าง สม่ำเสมอจนทำให้แผ่นทดสอบนั้นขาดทะลุ มีหน่วยเป็นกิโลพาสคัล ค่านี้จะเป็นสมบัติในการบ่งชี้ความเหนียวของกระดาษที่ใช้
การต้านแรงกด หมายถึงความสามารถของกล่องในการต้านแรงที่กดทับบนกล่องด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จนกล่องเสียรูป มีหน่วยเป็นกิโลกรัมแรง
มาตรฐานเรื่องกล่องกระดาษลูกฟูกของหลายประเทศ รวมทั้งของประเทศไทยได้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักบรรจุขนาด และค่าความ ต้านแรงดันทะลุของกล่องที่ทำจากแผ่นกระดาษลูกฟูกแบบ 1 ชั้น (single wall) ไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้สำหรับผู้ใช้กล่องดังนี้
มิติรวมสูงสุด(เซนติเมตร) |
น้ำหนักรวมสูงสุด(กิโลกรัม) |
ความต้านแรงดันทะลุต่ำสุด(กิโลพาสคัล) |
105 |
10 |
870 |
135 |
15 |
1050 |
160 |
20 |
1180 |
175 |
25 |
1250 |
190 |
30 |
1330 |
210 |
35 |
1540 |
ตัวอย่างเช่นกล่องกระดาษลูกฟูกแบบ 1 ชั้น มีขนาดภายในดังนี้ ความยาว 60 เซนติเมตร ความกว้าง 30 เซนติเมตร และความสูง 30 เซนติเมตร ดังนั้น มิติรวมจะมีค่าเท่ากับ 120 เซนติเมตร กล่องใบนี้จะบรรจุสินค้ารวมน้ำหนักของกล่องตัวได้ไม่เกิน 15 กิโลกรัม (จากตารางมิติรวมสูงสุด 120 เซนติเมตร มีค่ามากกว่า 135 เซนติเมตร ซึ่งตรงกับค่าน้ำหนักรวมสูงสุด 15 กิโลกรัม) โดยที่แผ่นกระดาษลูกฟูกที่ใช้ทำกล่องใบนั้นต้องมีค่าการต้านแรงดันทะลุ ไม่ต่ำกว่า 1050 กิโลพาสคัล
ในการเลือกใช้กล่องกระดาษลูกฟูกที่เหมาะสมกับสินค้า โดยเน้นความแข็งแรงและมิติที่เหมาะสม ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้ใช้ การใช้ อย่างผิดวิธีหรือไม่ศึกษาคุณสมบัติของกล่องอย่างถ่องแท้ จะทำให้เกิดความเสียหายกับสินค้า การทดสอบสมบัติของกล่องจะเป็นตัวกำหนดว่ากล่อง นั้นได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้กล่องและลูกค้าปลายทาง |