Creative internet & e-business solutions
English :: Thai ส่งจดหมาย
ศิลปะ-ศิลปินการออกแบบบรรจุภัณฑ ์เพลง ทำเว็บทางนี้มีรัก
 
Untitled Document
:: packaging ::
  ความเป็นมา...
  ศัพท์ทางด้านบรรจุภัณฑ์
  หน้าที่บทบาท
 ข้อพิจารณาในการออกแบบ
 ขั้นตอนการออกแบบ
 ขั้นตอนการวางแผน...
 ประเภทของบรรจุภัณฑ์
  การออกแบบบรรจุภัณฑ์
  การออกแบบกราฟฟิค...
 องค์ประกอบการออกแบบ
 หลักเกณฑ์ในการเลือก...
 หน้าที่ของกราฟฟิค...
 ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์
 มาตรฐานของกระดาษพิมพ์
 เครื่องหมายการค้า
 การใช้สี
 ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์
 ความเป็นมาของกระดาษ
 ประเภทของกระดาษ
 บรรจุภัณฑ์กระดาษ
 มาตราฐานผลิตภัณฑ์...
 ฉลาก
 บรรจุภัณฑ์กระป๋อง
 การใช้ไม้เพื่อการหีบห่อ
 ลังไม้
 กล่องไม้
 ถาดและกล่องไม้
 กล่องกระดาษลูกฟูก
 หีบห่อมาตรฐาน
 ขวดแก้ว
 พลาสติกกับการบรรจุหีบห่อ
 ขวดพลาสติก
 บรรจุภัณฑ์โฟม
 ฟิล์มยืด ฟิล์มหด
 การหีบห่อแบบแผ่น
 แผ่นเปลวอะลูมิเนียม
 ศัพท์การบรรจุภัณฑ์
 ความสำคัญของภาชนะ
 เทคโนโลยีการพิมพ์
 ปัจจัยในการออกแบบ
 วัสดุกันกระแทก
 บรรจุภัณฑ์จะสลายตัว?
 บรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลาย
 บรรจุภัณฑ์สำหรับยาเม็ด
 บรรจุภัณฑ์ในทศวรรษหน้า
 บรรจุภัณฑ์รักษาคุณภาพ
 บรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก
 เทคนิคการบรรจุหีบห่อ
 บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์นม
 ซองบรรจุอาหาร
 ธนาคารขวดแก้ว
 ผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษขึ้นรูป
 เพิ่มมูลค่าบรรจุภัณฑ์
 มีอะไรในขยะมูลฝอย
 รหัสบอกชนิดพลาสติก
 โฟมพลาสติก
 ผลิตภัณฑ์ฉีดพ่น
 กระป๋องอะลูมิเนียม
 กระป๋องเหล็กเคลือบดีบุก
 บรรจุภัณฑ์สินค้าซ้ำ
 บรรจุภัณฑ์ประหยัด
 สารทำความเย็น
 การจัดการทรัพยากร

บทบาทและความสำคัญของภาชนะบรรจุ
บุษกร ประดิษฐากูร

การบรรจุหีบห่อ กล่าวกันอย่างง่ายๆ คือ การนำสิ่งของหรือสินค้าบรรจุลงในภาชนะ ซึ่งอาจจะเป็นถุง กล่อง หรืออะไรก็ตาม แต่ถ้ามองกันให้ลึกซึ้งมากไปกว่านั้น การบรรจุหีบห่อกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราจะต้องรวมเอาทั้งความเป็นศิลปะผสมผสานกับหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือเรียกว่าเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน
แต่ก่อนในสมัยโบราณ มนุษย์เราเริ่มรู้จักที่จะใช้วัสดุต่างๆ มาทำเป็นภาชนะบรรจุโดยวิธีการง่ายๆ มีหลักฐานค้นพบว่าชาวอียิปต์เป็นชาติแรกที่รู้จักใช้ภาชนะเพื่อบรรจุสินค้า โดยทำขึ้นจากดินเหนียวมาปั้นเป็นภาชนะ หรือใช้เส้นใยนำมาถักทำเป็นถุง และค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาตามลำดับจนกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 18 ได้เริ่มมีบริษัททำการผลิตภาชนะบรรจุจำหน่ายให้กับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าต่างๆ โดยมีการนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาใช้ในการผลิต ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ภาชนะบรรจุก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในตลาดอย่างแท้จริง และทวีความสำคัญยิ่งขึ้นตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากภาชนะบรรจุทำหน้าที่หลายประการคือ
ป้องกันและรักษาคุณภาพของสินค้าในระหว่างการขนส่ง ขนถ่าย และการเก็บในคลังสินค้า โดยช่วยป้องกันสิ่งสกปรก ไอน้ำ ความชื้น แสง การกระแทก และการกดทับ เป็นต้น ตลอดจนช่วยรักษารส กลิ่น และ ส่วนผสมต่างๆ ของสินค้าให้อยู่ในสภาพที่ดีอีกด้วย
ให้ความสะดวกในการจัดส่งสินค้าไปยังตลาดปลายทาง ด้วยความรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย
ให้ความสะดวกในการใช้ เช่น มีฝาปิดเปิดง่าย มีหูหิ้วสำหรับถือ เป็นต้น
เป็นตัวกลางในการบอกรายละเอียดของสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน เช่น บอกราคา ตรา วิธีการใช้ อายุการใช้งาน หรือส่วนผสมต่างๆ เป็นต้น
ช่วยกระตุ้นและดึงดูดใจในการซื้อสินค้า ณ จุดขาย ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมการขายได้อย่างดี
ในปัจจุบันเทคโนโลยีการบรรจุหีบห่อได้เจริญรุดหน้าเป็นอันมาก และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรป แม้ว่าการบรรจุหีบห่อของประเทศเราจะ ยังไม่ทัดเทียมกับประเทศเหล่านี้ แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่าการพัฒนาในด้านนี้กำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ฝ่าย ดังจะเห็นได้จากการตื่นตัวของ ภาคเอกชน เราจึงมีสินค้าบรรจุอยู่ในภาชนะรูปร่างแปลกๆ และใช้วัสดุใหม่ๆ จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดมากมาย หรือในส่วนของภาครัฐบาลก็มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง เช่น ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กองบริการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมพาณิชย์สัมพันธ์ จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าในอนาคตข้างหน้าการบรรจุหีบห่อของบ้านเราจะพัฒนาทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน

การบรรจุภัณฑ์ได้คุณภาพ
กาญจนา ทุมมานนท์

หลายคนอาจจะดูว่าบรรจุภัณฑ์นั้นเป็นสิ่ง ที่ง่ายๆ เพียงแต่นำมาใช้บรรจุรองรับสินค้าเท่านั้น แต่ทำไมถึงได้มีบรรจุภัณฑ์หลากหลายในท้องตลาด ทั้งนี้ก็เนื่องจากมีกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการ ออกแบบบรรจุภัณฑ์นั่นเอง ปัจจุบันมีผู้จำหน่าย บรรจุภัณฑ์กระจายอยู่ทั่วโลก แต่สินค้าก็ยังมีความเสียหายอยู่เนืองๆ
การที่จะตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์ใช้งานได้อย่างดีนั้น มักจะดูถึงคุณสมบัติในการคุ้มครองสินค้า เช่น สินค้าจำหน่ายในประเทศหรือเพื่อ การส่งออก หรือทั้งสองประการ ใช้บรรจุภัณฑ์ทุติยภูมิร่วมด้วยหรือไม่ ใช้ เครื่องจักรหรือคนขนย้าย วางตลาดในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เพียงใด บรรจุขนาดใดจึงจะพอเหมาะกับผู้บริโภค เหล่านี้เป็นเพียงคำถามตัวอย่างเพื่อใช้จัดทำบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด แต่บางครั้งก็ยังไม่สามารถให้ความคุ้มครองสินค้าได้ตามที่คาดหวังไว้
ผลิตภัณฑ์จำนวนมากรวมทั้งสารเคมี ที่ถูกจัดไว้ในประเภท “สินค้าอันตราย” นั้น ต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่มีสมบัติตามกฎข้อบังคับ ชื่อว่า “Recommendations on the Transport of Dangerous Goods (ninth revised edition)” ซึ่งจัดทำโดยองค์การสหประชาชาติ
เอกสารนี้มักรู้จักกันในชื่อว่า “UN Orange Book” มีสาระว่าด้วยกฎข้อบังคับในการขนส่งสินค้าอันตราย ระบบในการทดสอบบรรจุภัณฑ์ การจัดทำรหัสและเครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้จะต้องจัดหาบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับนี้ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิดที่ ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทดังกล่าว และไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสมบัติบรรจุภัณฑ์ที่ใช้อย่าง ชัดเจน ผู้ที่เคยผลิตและใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถผ่านกฎข้อบังคับ ขององค์การสหประชาชาติมาแล้วจะสามารถนำประสบการณ์มาใช้กับสินค้าเหล่านี้ได้อย่างดี
ในสถานการณ์ที่เน้นสมบัติของการใช้งานมาเป็นข้อกำหนดในการจัดหาบรรจุภัณฑ์ยิ่งกว่าการเลือกใช้โครงการของวัสดุ ซึ่งมีการพัฒนาวัสดุใหม่ มีกฎหมายด้านการนำมาแปรใช้ใหม่และใช้ซ้ำ และการสร้างความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคในตราสินค้า เหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ทำให้การคัดเลือก ผู้ผลิตเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าจะมีแต่เพียงรายเดียวเท่านั้น ที่จะผลิตบรรจุภัณฑ์ได้ตามข้อกำหนด อีกทั้งใช่ว่าจะพิจารณาเพียงบรรจุภัณฑ์ที่ มีราคาต่ำสุดเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่นที่จะ ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น เวลาในการจัดส่ง ปริมาณการเก็บสำรอง มาตรฐานในการประกันคุณภาพ และการสนับสนุนด้านเทคนิค ซึ่งยังต้องการงานวิจัยและการทดสอบที่ล้วนแต่ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
การจัดทำข้อกำหนดบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมินั้นต้องพิจารณาถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งแท่นรองรับสินค้า ฟิล์มยืดที่ห่อหุ้ม และ
วัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ประกอบในการขนส่งด้วย แท่นรองรับสินค้าทำด้วยไม้ควรได้รับการตรวจสอบทั้งด้านการออกแบบ และความคงทนในการใช้งาน เพราะจะช่วยให้การขนถ่ายและขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดทำข้อกำหนดบรรจุภัณฑ์ จึงเป็นเรื่องทางเทคนิค บรรจุภัณฑ์จะใช้งานได้ดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่ที่คุณภาพของบรรจุภัณฑ์ในการคุ้มครองสินค้าได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งการใช้ปริมาณวัสดุในการจัดทำให้น้อยที่สุด เพื่อประหยัดพลังงาน มีเศษเหลือทิ้งน้อยที่สุด สามารถนำไปแปรใช้ใหม่ หรือใช้ซ้ำได้ ยิ่งกว่านั้นบรรจุภัณฑ์จะต้องมีราคาที่ทั้งผู้ผลิตสินค้าและผู้บริโภค สามารถซื้อหาได้

ข้อควรรู้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์

มยุรี ภาคลำเจียก

ในการออกแบบโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม จำเป็นต้องมีความรู้และพึงปฏิบัติรวม 10 ประการด้วยกันดังนี้
1. มีสามัญสำนึก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อความชื้น ต้องได้รับการบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถป้องกัน ไอน้ำได้ดี ผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันสูงก็ต้องใช้วัสดุที่กันไขมันได้ ผลิตภัณฑ์ที่ แตกหักง่าย ต้องมีการยึดมิให้เคลื่อน ที่ และใช้วัสดุกันกระแทก ผลิตภัณฑ์ ที่มีมูลค่าต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดีมากเป็นพิเศษ เป็นต้น
2. มีความรู้ในวิชาฟิสิกส์และหน่วยที่ใช้ในด้านการบรรจุภัณฑ์ เช่น ในเรื่องของมวล แรง ความดัน รวมทั้งคุณสมบัติทางกายภาพ และเคมี-กายภาพของบรรจุภัณฑ์ด้วย เช่น ความทนทานต่อการโค้งงอ การต้าน แรงดึงขาด การกระแทกอย่างรุนแรงการซึมผ่านของไอน้ำและก๊าซ การ กัดกร่อน เป็นต้น ส่วนหน่วยที่ใช้ก็ควรเป็นมาตรฐานสากล
3. มีความรู้ในด้านการหีบห่อ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ รูปแบบและส่วนประกอบต่างๆ ของบรรจุภัณฑ์ เช่น มีความรู้ในเรื่องของชนิดและคุณสมบัติของวัสดุและบรรจุภัณฑ์เพื่อสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ รวมทั้งมีความเข้าใจในเรื่อง ของส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ เช่น กาว แถบกาว สายรัด ฉลาก วัสดุ กันกระแทก เป็นต้น
4. มีความรู้เกี่ยวกับระบบการขนส่ง เช่น ความเสียหายเนื่องจากทางกล สภาพอากาศแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต สภาพของการลำเลียงขนส่งสินค้าและระบบการขนส่งหน่วยใหญ่ที่ควรใช้
5. มีความรู้ในผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ ได้แก่ คุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นสถานะ ส่วนประกอบคุณค่าทางโภชนาการ ความ แข็งแกร่งหรือบอบบาง สาเหตุที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เสียหายหรือเสื่อมคุณภาพ ราคา และอายุการเก็บที่ต้องการ
6. มีความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อกำหนดของลูกค้า อันรวมทั้งกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ของประเทศที่จำหน่ายสินค้าและมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ที่ลูกค้ากำหนด
7. มีความรู้ในด้านเครื่องจักรที่ใช้สำหรับการหีบห่อ เช่น เครื่องบรรจุ เครื่องปิดผนึก เครื่องห่อ เครื่องปิดฉลาก เครื่องพิมพ์ฉลาก เป็นต้น
8. มีความรู้ในเรื่องจุดเด่นและ จุดด้อยของบรรจุภัณฑ์ที่คู่แข่งขันใช้อยู่ หรือบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ที่ คล้ายคลึงกับที่จะผลิต เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของตน โดยศึกษาจากบรรจุภัณฑ์ตามร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต งานนิทรรศการ และโรงงานผู้ใช้บรรจุภัณฑ์
9. พัฒนาบรรจุภัณฑ์และทดสอบคุณสมบัติบางประการที่ทำได้ โดยง่าย และเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก เช่น การทดสอบความแข็งแรงในการ เรียงซ้อน การตกกระแทก การเปลี่ยนแปลงของรสชาติของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ข้อมูลที่ได้จะสามารถนำกลับมาปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม
10. ส่งตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการปรับปรุงแล้วในข้อ 9 ไปยัง ศูนย์การหีบห่อหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง เพื่อวิเคราะห์ตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุและ บรรจุภัณฑ์ที่บรรจุผลิตภัณฑ์ แล้ว อันเป็นการจำลองสภาวะการใช้งานจริง เพื่อยืนยันผลของการพัฒนาก่อนจะสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ ต่อไป

 

All content ฉ 2003 copyright 2003 Gomew.com, All rights reserved.
Commercial use is prohibited.Please read our terms of use.
Powered and Design by www.gomew.com
Contact Us at ::4/42 Soi 12, Chotana Rd, T.Changpuek, A.Mueng, Chiang Mai 50300, Tel. 053-408771 , 08-4334448 Fax. 053-408771 Email. mew6music@msn.com