|
บรรจุภัณฑ์ประหยัดพลังงาน
ดร. อมรรัตน์ สวัสดิทัต
การเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าแต่ละชนิดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ
เช่น ความเข้ากันได้ระหว่างบรรจุภัณฑ์และสินค้า ความต้องการ ในการคุ้มครอง
เช่น ความเปราะบางของสินค้า สภาพแวดล้อมและสภาวะในการขนส่ง การทำบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดนั้นต้องสิ้นเปลืองทั้งพลังงาน
และทรัพยากร พลังงานที่ใช้ในการทำวัสดุแต่ละชนิดจำนวน 1 กิโลกรัมนั้น
แตกต่างกันไป ดังนี้
วัสดุ พลังงานที่ใช้เพื่อทำวัสดุ
1 กิโลกรัม (เมกะจูล)
แผ่นเหล็กอาบดีบุก 40
แผ่นอะลูมิเนียม 270
แผ่นกระดาษ/กระดาษแข็ง 100
บรรจุภัณฑ์แก้ว 20
เม็ด PET 150
แผ่น LDPE 100
บรรจุภัณฑ์พลาสติก
กระดาษและอะลูมิเนียมจะมีน้ำหนักเบากว่ากระป๋องเหล็กหรือขวดแก้ว ดังนั้น
1 กิโลกรัมของพลาสติก กระดาษและอะลูมิเนียม จะให้จำนวน บรรจุภัณฑ์มากกว่า1กิโลกรัมของแผ่นเหล็กและแก้วจึงไม่ควรนำปริมาณพลังงานที่ใช้ในการผลิตวัสดุแต่ละชนิดมาเปรียบเทียบกันเพียงอย่างเดียว
การนำบรรจุภัณฑ์มาใช้บรรจุอาหาร ซึ่งมีประมาณ 2 ใน 3 ของ สินค้าต่างๆ
นั้น บรรจุภัณฑ์จะช่วยคุ้มครองอาหารซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน เมื่ออาหารนั้นถูกบริโภค
ตัวอย่างเช่น พลังงานที่ใช้เพื่อทำบรรจุภัณฑ์ของน้ำตาลนั้นประมาณ 0.9
เมกะจูล แต่น้ำตาล 1 กิโลกรัม จะให้พลังงานถึง 16 เมกะจูล เป็นต้น
การใช้บรรจุซ้ำหลายครั้ง เช่นในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม การใช้ขวดเพียงครั้งเดียว
จะเสีย พลังงานถึง 34 เมกะจูล/ลิตร แต่ถ้าใช้ 20 ครั้ง จะใช้พลังงาน
10 เมกะจูล /ลิตร การใช้ขวดซ้ำเพื่อบรรจุเครื่องดื่มจึงเป็นการประหยัดพลังงาน
บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วนั้น
หากรวบรวมแล้วใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่นั้น นอกจากเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
ลดภาระในการเก็บรวบรวมและกำจัดแล้ว ยังเป็นทรัพยากรที่มีค่าและประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
เช่น ถ้าใช้เศษแก้วในการผลิตขวดแก้ว ทุกๆ 10% ของเศษแก้วจะประหยัดพลังงานได้
2% การผลิตกระดาษ 1 ตัน จากเศษกระดาษจะใช้พลังงานเพียงครึ่งหนึ่งของการผลิตกระดาษจากไม้
เป็นต้น
การกำจัดบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วมักจะนำไปถมที่และเผาทิ้ง โดยไม่ได้คำนึงถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ประโยชน์
แต่เมื่อ 34 ปีที่แล้ว ทัศนคติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนไป โดยที่ต้องยอมรับว่าทรัพยากรจะ
ต้องมีวันหมดไป จึงควรหลีกเลี่ยง การสูญเสียทรัพยากรเหล่านี้ โดยนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีก
การเผาจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัด เพราะไม่ต้องคัดเลือก และให้พลังงานที่อาจทำให้ใช้ประโยชน์ได้
เช่น ให้ความร้อนหรือแสงสว่าง มีหลายประเทศได้ รับผลสำเร็จแล้วคือ
สวีเดนและสวิต เซอร์แลนด์ และเพื่อไม่ให้การเผานี้ก่อให้เกิดมลภาวะ
ก๊าซที่ออกไปจะต้องดัก ไว้แล้วทำให้เป็นกลาง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
เช่น ก๊าซคลอรีน
|