|
การจัดการทรัพยากร
ดร. อมรรัตน์ สวัสดิทัต
การผลิตใดๆ ก็ตาม มักจะเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน วัตถุดิบ และการทิ้งของเสีย
แต่ปัจจุบันนี้ควรตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการ บรรจุภัณฑ์ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร และ เครื่องดื่ม
หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์จะช่วยให้สินค้าในบรรจุภัณฑ์ถึงมือผู้บริโภค ในสภาพเดียวกันกับที่ออกจากโรงงาน
ผู้บริโภคจะเห็นเพียงส่วนเดียว ของวงจรคือ การเปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้สินค้าแล้วก็ทิ้งบรรจุภัณฑ์ไป
บรรจุภัณฑ์จึงดูเสมือนเป็นมูลฝอย ที่ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงควรจะได้มีการวิเคราะห์การผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ครบทั้งวงจร
ตั้งแต่นำวัตถุดิบมาผลิตจนถึงการทิ้งบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วยังเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกการใช้วัตถุดิบอย่างเหมาะสม
แก้วเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้มานานหลายพันปี โลหะใช้มาประมาณ 200 ปี พลาสติกประมาณ
50 ปี กระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้มาเป็นเวลายาวนานเช่นกัน และมีแนวโน้มในการที่จะนำไปใช้ร่วมกับวัสดุอื่น
การเลือกใช้วัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งหรือการใช้วัสดุหลายชนิดขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า
ว่าต้องการความคุ้มครองในเรื่องใดบ้าง เช่น ความชื้น กลิ่น แมลง การรั่วซึม
การถูกกดทับ และราคาดังนั้นจึงควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบซึ่งหาได้ง่ายและมีอยู่เป็นจำนวนมาก
เช่น แก้ว อะลูมิเนียม กระดาษ การผลิตแก้ว ต้องการใช้วัตถุดิบ เช่น
ทราย หิน ปูน และ โซดาแอช ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะไม่มีการขาดแคลน อะลูมิเนียมผลิตจากบอกไซด์และแร่อื่นๆ
ซึ่งมีอยู่มากมายบน พื้นโลกนี้ กระดาษทำจากวัสดุที่สร้างขึ้นใหม่ได้
เช่น ไม้เนื้ออ่อน ไม้โตเร็ว พืชและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวมทั้งนำเยื่อที่ได้จากกระดาษใช้แล้ว
มาผสม ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่อาจจะมีวันหมดไปจากโลกนี้ได้
ได้แก่ พลาสติกซึ่งผลิตจากน้ำมัน ควรช่วยกันสงวนไว้ โดยลดการใช้หรือนำไปหมุนเวียนเปลี่ยนรูปแทนที่จะให้เลิกใช้
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีน้ำหนักเบาและการขนส่งรวมหน่วยใหญ่ ปัจจุบันมีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้มีน้ำหนักเบา
เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งตัวอย่างที่พอเห็นได้มีดังนี้ บรรจุภัณฑ์แก้วที่ใช้ครั้งเดียว
ปัจจุบันมีน้ำหนักลดลงจากการผลิตเมื่อ 5 ปีที่แล้วถึง 30% และยังมีแนวโน้มที่จะลดลงถึง
50% ในอีก 2 ปีข้างหน้า (ดู ภาพประกอบ)
กระป๋องบรรจุอาหารมีน้ำหนักลดลงจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วถึง 18% ถังเหล็กขนาดบรรจุ
200 ลิตร ความหนาลดลง 12.5% โดยยังมีความ แข็งแกร่งเหมือนเดิม กระป๋องอะลูมิเนียมบรรจุเครื่องดื่มมีน้ำหนักลดลงจากเมื่อ
20 ปีที่แล้วถึง 20% กล่องกระดาษขนาดกลางมีน้ำหนักลดลงจากเมื่อ 20
ปีที่แล้ว 30% กล่องบรรจุนมและน้ำผลไม้ใช้วัสดุน้อยลง 20% เทียบกับในปี
2518 ขวด PET มีน้ำหนักน้อยลงจากเมื่อ 20 ปีที่แล้ว 38% และ ขวดนม
PE มีน้ำหนักลดลง 37% บรรจุภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบ
นอกจากนี้การปรับปรุงส่วนผสมของวัตถุดิบ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิต
และการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบก็เป็นการลดปริมาณวัตถุดิบอีกวิธีหนึ่ง
นอกจากนี้การประหยัดวัตถุดิบอีกวิธีหนึ่งคือ การขนส่งหน่วยใหญ่ โดยบรรจุในถุงรวมขนาดใหญ่
เช่น อาหารสัตว์ ซีเมนต์ เม็ดพลาสติก การนำกลับมาใช้ซ้ำ การจัดการทรัพยากรอีกวิธีหนึ่งคือการนำบรรจุภัณฑ์มาใช้ซ้ำ
เช่น ลังพลาสติกสำหรับผลไม้ ผัก เครื่องดื่ม ขนมปัง ขนมอบต่างๆ รวมทั้ง
แผ่นรองรับสินค้า ส่วนบรรจุภัณฑ์ขายปลีกจะเห็นได้จากขวดแก้วบรรจุเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม
ซึ่งนำไปล้างแล้วบรรจุใหม่อีก การกำจัดและหมุนเวียนเปลี่ยนรูป ประโยชน์ของการนำบรรจุภัณฑ์มาหมุนเวียนเปลี่ยนรูปนั้น
มักจะถูกมองข้ามไปเสมอ แท้จริงแล้ว เป็นการประหยัดทรัพยากรและลดปริมาณมูลฝอยได้เป็นอย่างดี
วัตถุประสงค์ของระบบการหมุนเวียนเปลี่ยนรูป คือ การรักษาสิ่งแวดล้อมและการ
ใช้พลังงานอย่างสมดุล ในเรื่อง นี้ถ้าเป็นบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วขนาดใหญ่
ซึ่งประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดอยู่ ในที่เดียวกัน เช่น ซากรถหรือเรือ
จะจัดการได้ง่ายกว่าบรรจุภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยหน่วยย่อยเป็นล้านหน่วย
การตั้งธนาคารขวดในต่างประเทศนั้น ภาคอุตสาหกรรมจะต้องหาวิธีการต่างๆ
ให้ประชาชนนำขวดมาไว้ที่ธนาคารขวด หากไม่ใช่หนทางผ่านแล้วก็จะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานในการขับรถไปเพื่อนำขวดไปไว้ยังธนาคารขวด
ต่อมาจึงได้ยอมรับกันว่าหากจะนำวัสดุที่สามารถหมุนเวียนเปลี่ยนรูปใส่ภาชนะแยกต่างหาก
และรวบรวมในครั้งเดียวกันกับการเก็บมูลฝอยจะได้ผลดีกว่า อย่างไรก็ตามระบบนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน
รัฐน่าจะจัดให้มีการลงทุนในระบบการรวบรวมและกำจัดมูลฝอยอย่างทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้มีการหมุนเวียนเปลี่ยนรูปวัสดุที่ตลาดต้องการ ให้มีการเผาเพื่อใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์และให้ทิ้งในที่
รองรับที่ไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
|