|
อินเทอร์เน็ตเป็นศูนย์รวมของข้อมูลข่าวสารที่สามารถสื่อสารถึงกันได้ทุกมุกโลก
ทุกครั้งที่เข้าไปใช้บริการอินเทอร์เน็ต ก็ได้เห็นความแตกต่างและความหลากหลายของเว็บที่เกิดขึ้นมาทุกวัน
ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นมาด้วยนิยมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ตลอดจนการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ
การลงทุน ภาคธุรกิจและภาครัฐต่างก็มีการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับการให้บริการมากขึ้น
จึงทำให้หลายหน่วยงานพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและผู้ใช้บริการหรือเรียกได้ว่าออฟฟิศอัตโนมัติ
ฉะนั้นด้วยความหมายหลายของเว็บไซต์ จึงสามารถแบ่งประเภทของเว็บไซต์ออกกว้างๆ
ได้ดังต่อไปนี้
Informational
sites คือ เว็บไซต์ผู้ให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร
เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร วารสาร หรือหน่วยงานเกี่ยวผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่นๆ
ขององค์กร เว็บจำพวกนี้มีมากที่สุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Transactional
sites คือ เว็บไซต์ประเภทที่สามารถใช้เพื่อการติดต่อทางธุรกิจการค้า
การค้า การลงทุนของภาคธุรกิจโดยเป็นผู้ชักนำ แนะนำนักลงทุน เป็นนายหน้า
Community
sites คือ เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มบุคคล สมาคม ชมรม
คณะบุคคล ซึ่งมีลักษณะนิติบุคคลและการสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ
เกี่ยวกับสังคมหรือชุมชน ลัทธิ ความเชื่อ ศาสนา กลุ่มเพื่อน
Entertainment
sites คือ เว็บไซต์ที่ให้ความบันเทิง เกมส์ ดนตรี
เพลง เรื่องตลกขบขัน ภาพยนตร์ เครื่องเสียงหรือแนวบันเทิงต่างๆ
รวมไปถึงกลุ่มชมรม และหน่วยข้อมูลข่าวสารด้านความบันเทิง
Other
sites ประกอบด้วย เว็บไซต์เกี่ยวกับศิลปะ การแสดงออก
รสนิยม ศาสนสถาน ประติมากรรมหรือเว็บสำหรับการทดลองความสามารถ
เว็บไซต์ส่วนบุคคล เช่น เว็บไซต์ของสามัญชนทั่วไป เว็บไซต์เกี่ยวกับการจัดประชุม
สัญญาหรืออนุสัญญา ระเบียบแบบแผน หรือมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับทางด้านเศรษฐศาสตร์และภาวะทางเศรษฐกิจ
นอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยังมีกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร
การจัดการ การบริหาร ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการโดยสามารถแบ่งออกเป็น
5 กลุ่มประเภทดังนี้
Commercial
เว็บเกี่ยวกับธุรกิจการค้า หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
(E-commerce) ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจ การลงทุน โดยส่วนมากจะอยู่ในรูปขององค์กรหรือหน่วยงาน
เว็บจำพวกนี้จะมีให้บริการมากที่สุดบนอินเทอร์เน็ต เพราะสังคมปัจจุบันอาศัยเว็บเป็นเครื่องมือในการให้บริการทางธุรกิจ
ขายสินค้าแบบออนไลน์
Government
เว็บของหน่วยงานภาครัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ กระทรวง ทบวง
กรม กอง สำนักงานต่างๆ เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ หรือสถาบันเกี่ยวกับกฎหมาย
เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น โรงพยาบาลของรัฐเป็นต้น
Educational
เว็บไซต์เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวกับการศึกษา
แนะแนวศึกษาต่อ สถาบันกวดวิชา สถาบันฝึกอบรม โดยมีบทเรียนแบบอีเลิร์นนิ่งเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต
มีแบบทดสอบ มีบทเรียนที่ผู้เรียนสามารถเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตมีการโต้ตอบระหว่างผู้เรียนได้ด้วย
Charitable
เว็บไซต์เกี่ยวกับกิจกรรมผู้ใจบุญ เช่น มูลนิธิ ชมรม สมาคม กลุ่มบุคคลที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมเพื่อความผ่าสุขของประชาชน
เช่น เว็บ bannok.com หรือเว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความเอื้อเผื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อมนุษย์
Personal
เว็บไซต์ส่วนบุคคลที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำตัวเอง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
โดยจัดทำขึ้นเพื่อหวังผลกำไร และไม่หวังผลกำไร หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวการแสดงออกถึงความสามารถของตนเอง
เช่น การประดิษฐ์คิดค้น หรือการแนะนำความรู้เพื่อเผยแผ่ให้คนอื่นรู้จัก
เป็นต้น
การแบ่งประเภทของเว็บไซต์ก็มีอุปสรรคพอสมควร แต่ก็สามารถที่จะจัดกลุ่มประเภทออกเป็นภาพกว้างๆ
ได้ เพราะทุกวันนี้มีเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ๆ ทุกวัน การจัดกลุ่มอาจจะนอกเหนือจากกลุ่มที่เคยจัดไว้ก็ได้
ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์การศึกษาภาคฤดูร้อน อาจจะเข้าใจว่าโดยแท้จริงแล้วคือหมวดหมู่ของเว็บไซต์ภาครัฐบาล
บางส่วนอาจจะเป็นเว็บไซต์ประเภทส่วนบุคคลหรืออาจอยู่ในสังกัดเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
หรืออาจจะอยู่ในกลุ่มของการค้าเพื่อหวังผลกำไรก็ได้ สุดแล้วแต่เป็นกรณีไปซึ่งก็ต้องอยู่บนมูลเหตุที่สามารถพิจารณาได้
และในปัจจุบันนี้ยังมีเว็บไซต์ที่เป็นในลักษณะเฉพาะการอีกด้วย
|